[Book] The Creative Destruction of Medicine: อนาคตของการแพทย์ยุคดิจิตอล ตอนจบ

มาต่อกันที่การสรุปหนังสือ The Creative Destruction of Medicine ตอนสุดท้ายครับ (ตอนก่อนหน้านี้ ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3 ตอนที่ 4)

หลังจาก 4 ตอนที่ผ่านมาเป็นช่วงที่หนึ่งและสองของหนังสือ ตอนนี้จะเป็นช่วงสุดท้ายครับ เกี่ยวกับการปรับตัวของแพทย์ยุคหน้าและ healthcare industry ในอนาคตครับ ซึ่งผมว่าไกลตัว จึงไม่สรุปอะไรมากละกันนะครับ

เรื่องของการปรับตัว สรุปสั้นๆก็คงให้ตามเทคโนโลยีใหม่ๆให้ทัน หลายอย่างที่ต่อไปน่าจะเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอย่าง pocket ultrasound (เช่น Vscan) ก็อาจจะต้องสอนกันตั้งแต่ในโรงเรียนแพทย์ โรงเรียนแพทย์เองก็ต้องปรับวิธีการสอน ต้องลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆเหมือนที่ Stanford แจก iPad ให้นักศึกษาโดยในเครื่องมีทุกอย่างตั้งแต่เอกสารประกอบการบรรยาย ตำราเรียน แบบฝึกหัด ฯลฯ ตัวหลักสูตรก็ต้องเปิดมากขึ้น เน้นการแชร์การสอนให้สาธารณะ (เหมือน OpenCourseware)

การปรับตัวอย่างอื่นก็เป็นเรื่องของรพ.ต้องมีความโปร่งใสมากขึ้น ตัวเลขสถิติต่างๆ เช่น อัตราการตาย จำนวนเคส หรือ performance ของแพทย์แต่ละคนในรพ. สิ่งเหล่านี้ควรเข้าถึงได้จากอินเตอร์เน็ต

Telemedicine

เรื่องนึงที่คงมีมากขึ้นในอนาคตคือ telemedicine ครับ มันเป็นสิ่งที่ต่อไปต้องมาอยู่แล้ว ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ด้วยความคาดหวังของสังคม ด้วยความจริงที่รู้กันอยู่ว่าเคสที่ตรวจทุกวันนี้ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องมารพ.เลย

ก่อนจะไปถึง telemedicine มีอีกกลุ่มที่น่ากล่าวถึง ก็คือกลุ่มสำหรับการนัดตรวจ เช่น ZocDoc ซึ่งเป็นที่นิยมพอสมควร เก็บค่าบริการรายเดือนจากแพทย์เดือนละ $250 ในปี 2011 มีคนไข้กว่า 700,000 คนต่อเดือนใช้บริการนัดหมายแพทย์ของ ZocDoc อีกเคสหนึ่งที่น่าสนใจโดย One Medical Group ที่เก็บค่าบริการคนไข้ $200 ต่อปี แต่แลกกับการที่คนไข้จะได้รับการรับรองว่าจะได้รับการตรวจในเวลาที่นัดหมายและในวันเดียวกันกับที่ทำหารนัด จากปกติที่ถึงแม้จะเป็นในอเมริกาเองคนไข้ก็ต้องรอเฉลี่ย 23 นาที

เข้าเรื่อง telemedicine เอาเฉพาะที่ในหนังสือกล่าวถึงละกันครับ ก็จะมีตัวอย่างของบริษัที่ทำเรื่องนี้ ยกตัวอย่างเช่น Hello Health เป็นบริษัทที่ให้บริการให้คำปรึกษากับคนไข้ผ่านทางอินเตอร์เน็ต พูดง่ายๆก็คือให้แพทย์สามารถเปิดคลินิคออนไลน์ได้น่ะครับ จากนั้นเก็บค่าบริการในอัตรา $100-$200 บาทต่อชั่วโมง

จากนั้นหนังสือก็ไปพูดเรื่องการอีเมลกับคนไข้การใช้ social network ของแพทย์ robotic surgery และหลายๆเรื่องอื่นๆ ซึ่งผมว่าไม่ต้องสนหรอกครับ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือข้อมูลใดๆก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการรักษาต้องมีความปลอดภัยครับ แพทย์ไม่ควรใช้ hotmail, gmail คุยกับคนไข้ ระบบ telemedicine ต่างๆก็ต้องออกแบบให้มีความปลอดภัยของข้อมูลสูง ไม่งั้นผิดกฎหมาย

อนาคตของการทำวิจัย

ช่วงท้ายของหนังสือเป็นเรื่องเกี่ยวกับอนาคตของการทำวิจัย ซึ่งเรื่องนี้ผมไม่ค่อยรู้เรื่องครับเพราะไม่เคยทำ แต่จับใจความได้ว่าผู้เขียนมีแนวโน้มจะเชียร์ให้เกิดความร่วมมือระหว่างองค์กรมากขึ้น ระหว่างบริษัทยาต่างๆ ระหว่างบริษัทยากับโรงเรียนแพทย์ หรือความร่วมมือในระดับโลก จะได้ประโยชน์กว่าทำวิจัยอยู่คนเดียวเพื่อรักษาความลับทางการค้า คล้ายๆกับที่ wikipedia ทำเพื่อเผยแพร่ความรู้ครับ ส่วนประเด็นอื่นๆไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

——————————————————————————–

ก็หมดแล้วครับสำหรับการสรุปหนังสือ ตอนนี้ไม่ค่อยมีอะไร ไว้มีโอกาสมาสรุปหนังสืออื่นอีกครับ

จบครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s