Don’t Make Me Think คลิกไม่ต้องคิด

Don’t Make Me Think หรือในชื่อฉบับแปลภาษาไทยว่า “คลิก ไม่ต้องคิด” เป็นหนังสือ usability ระดับคลาสสิคครับ ผมได้ยินมานานแล้วแต่เพิ่งมีโอกาสได้อ่าน เลยมารีวิวไว้หน่อย + เป็นการสรุปเล็กน้อยเผื่อเวลาผ่านไปจะได้มาอ่านตัวสรุป

Don't Make Me Think Cover

ความจริงแล้วถ้าใครเคยออกแบบหรือใช้งานเว็บมาระยะหนึ่ง คอนเซปท์ต่างๆเหล่านี้มันจะพอรู้อยู่บ้างอยู่แล้วครับ เพราะ web usability ในสมัยนี้มันดีขึ้นกว่าสมัยที่หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นมากแล้ว (เกือบสิบปี) extreme case แบบในหนังสือไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว หลายๆตัวอย่างในหนังสือเองก็แอบเก่าไปบ้างตามสมัย แต่คอนเซปท์หลักยังจัดว่าดีอยู่ครับ

  • หัวใจสำคัญของ web usablity ก็ตามชื่อหนังสือแหละครับ นั่นคือพยายามให้ user คิดให้น้อยที่สุด ให้ทุกอย่างมัน flow ไปตามธรรมชาติ [ผมเสริม: เคยมี expert คนนึงใช้คำว่า “ให้คิดว่า user กำลังเมาเหล้า”]
  • หลักการก็คือ ลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆในเว็บให้ดี พยายามใช้รูปแบบที่ใช้กันมาแต่เดิมอย่าไปแหกกฎถ้าไม่จำเป็น อย่าใส่อะไรเข้ามาเยอะแยะไปหมด ใช้คำน้อยๆ และสื่อให้มันชัดเจน
  • Navigation ในเว็บสำคัญมาก ในทุกๆหน้าต้องทำให้ user สามารถตอบคำถามต่อไปนี้เสมอ 1. ตอนนี้อยู่ในเว็บอะไร 2. ตอนนี้อยู่หน้าอะไร 3. เว็บนี้มีเนื้อหาส่วนหลักๆอะไรบ้าง 4. ต่อจากหน้านี้ไปไหนต่อได้บ้าง 5.แล้วตอนนี้อยู่ส่วนไหนของเว็บ และ 6. จะ search ยังไง
  • หน้า Homepage ต้องชัดเจน บอกให้ user รู้ว่าทำไมเขาต้องมาใช้เว็บนี้ และจะใช้มันยังไง ได้อย่างรวดเร็ว
  • หน้า Homepage ต้องตอบคำถามต่อไปนี้ 1. ถ้าจะ search เนื้อหาต้องไปตรงไหน 2. ถ้าจะไปส่วนที่ต้องการต้องไปตรงไหน 3. ถ้าอยากรู้ว่าเว็บทำอะไรได้บ้างต้องไปตรงไหน
  • [ผมเสริม: .Lean Startup บอกว่าเรามีเวลา 8 วิในการทำให้ user สนใจใน Unique Value Proposition (UVP) ของเว็บให้ได้ ถ้าเกินกว่านี้เขาปิดหนีแล้ว]
  • การมาเถียงกันในทีมว่าอันไหนดีไม่ดีไม่ได้คำตอบครับ เพราะมันเป็น religious debate อยากได้คำตอบต้องทำ usability testing สถานเดียว
  • usability testing ทำครั้งเดียวยังดีกว่าไม่ทำ และยิ่งเริ่ม test เร็วยิ่งดี (ทำได้ตั้งแต่เป็นแค่ร่างในกระดาษ)
  • user แต่ละคนจะมีค่าความพึงพอใจอยู่ค่าหนึ่ง ต่างกันไปในแต่ละคน ค่านี้ลดได้เพิ่มได้
  • สิ่งที่ทำให้ค่าลด คือ ข้อมูลที่ต้องการหายาก (เช่น เบอร์โทร ราคา ฯลฯ) มีการลงโทษถ้าทำผิด (เช่น ไม่ใส่ “-” ในเบอร์โทร ต้องมากรอกใหม่หมด) มีช่องให้กรอกมากเกินไป โดยเฉพาะอะไรที่ไม่สำคัญ (เช่น ที่อยู่จริง) เอาอะไรมาขวางทางเยอะเกินก่อนจะถึงหน้าที่ต้องการ (เช่น โฆษณา)
  • สิ่งที่ทำให้ค่าเพิ่ม คือ ข้อมูลที่ต้องการหาง่าย, ไปถึงส่วนที่ต้องการในเว็บได้เร็ว, รู้ว่า user อยากรู้อะไรก็จัดให้, ทำผิดเล็กๆน้อยๆก็แก้ไขได้ง่าย, และสุดท้ายคือสามารถปริ้นท์ได้ง่าย (ปริ้นท์ออกมาสวย ไม่ติดโฆษณา)

ก็หมดแล้วครับสำหรับคอนเซปท์หลักๆ ซึ่งจริงๆมันผิวมาก ในรายละเอียดแล้วมันมีอะไรอีกเยอะสำหรับเรื่องนี้ ซึ่งอย่างที่บอกครับว่าพอเป็นตัวอย่างจากยุคเก่า แต่ยุคนี้มันมีอะไรใหม่ๆที่ตอบโจทย์เหมือนกันโดยไม่ใช่วิธีเดิมๆอยู่เยอะแยะ และกฎหลายๆอย่างของเว็บยุคเก่าก็แหกกันกระจุยกระจายในยุคนี้ (แต่เวิร์คนะไม่ใช่ไม่เวิร์ค โดยเฉพาะหน้า Home)

Steve Krug คนเขียนหนังสือเล่มนี้มีหนังสือในตำนานอีกเล่มครับชื่อ Rocket Surgery Made Easy ว่าด้วยเรื่องของ usability testing ล้วนๆ ไว้อ่านแล้วเดี๋ยวมาแชร์ครับ รวมถึงความรู้จากแหล่งอื่นๆด้วยแหละครับ

จบครับ

Advertisements

4 thoughts on “Don’t Make Me Think คลิกไม่ต้องคิด”

    1. Nydelige gardiner dette også Monica:-)Tror ikke du kommer til å angre hvis du blir med på treffet. Regner med du kommer til å bli full av inspirasjon. Kanskje får du også scrappedilla!! Det er en veldig smittsom &qtds;tilutano". Hihi.

    1. น่าอ่านครับๆ ดีอยู่ครับ แต่ไม่ได้ละเอียดมาก เหมือนเป็น introduction to usability

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s