พม่า: ประวัติศาสตร์และการเมือง – ภาค 4: ประชาธิปไตย

มาต่อกันครับสำหรับประวัติศาสตร์พม่าช่วงต่อมา จากหนังสือ “พม่า: ประวัติศาสตร์และการเมือง” โดย อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริครับ

การเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า

ก่อนการประท้วงใหญ่

  • หลังการรัฐประหารของนายพลเนวิน พ.ศ.2505 นักศึกษาเป็นกลุ่มแรกๆที่ออกมาต่อต้านการรัฐประหาร รัฐบาลโต้กลับด้วยการยิงทิ้ง 16 ศพ ระเบิดตึกกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยย่างกุ้งทิ้ง (ตายอีก 200) และจัดการปิดมหาวิทยาลัยไปหลายปี (ก่อนจะเปิดใหม่ภายหลัง)
  • หลังจากนั้นนักศึกษาพม่าก็ก่อการประท้วงอยู่เรื่อยๆ ในหลายๆรูปแบบ รัฐบาลก็ตอบโต้อยู่เรื่อยๆ โดยการยิงทิ้งหรือไม่ก็ส่งเข้าคุก”อินเซ่ง” (ในหนัง The Lady คือคุกที่สมาชิกพรรคของอองซานซูจีโดนจับไปขัง) มีการปิดๆเปิดๆมหาวิทยาลัยอยู่เรื่อยๆ
  • การปิดมหาวิทยาลัยอยู่บ่อยๆ ทำให้การศึกษาของพม่าตกต่ำมาก อัตราการรู้ภาษาอังกฤษที่เคยเท่าสิงคโปร์ก็ตกต่ำด้วยนโยบายชาตินิยมจัดของเนวิน
  • นอกจากกำจัดนักศึกษาแล้ว เนวินยังกำจัดทหารที่ดูจะเป็นเสี้ยนหนามทางการเมืองของตนเองเป็นระยะๆ เช่น นายพลทินอู (ภายหลังไปร่วมก่อตั้งพรรค NLD กับอองซานซูจี) นายพลซันยุและะพรรคพวกอีก 193 คน วิธีการเหล่านี้เป็นวิธีที่นายพลเนวินใช้ในการรักษาอำนาจตลอดมา คอนเซ็ปท์คือ”ใครขวางข้าตาย ใครยอมข้าอยู่”

การประท้วงใหญ่ 8888

  • จนมาถึงช่วงปี 2530-2531 ช่วงนี้เป็นยุคที่รัฐบาลทหารตกต่ำถึงขีดสุด เนื่องจากนโยบายเศรษฐกิจที่ผิดพลาดมาตลอด 26 ปีมาแสดงผลในช่วงนี้ ผู้คนอดอยากแร้นแค้น รัฐบาลทหารยังไปเติมเชื้อไฟด้วยการประกาศยกเลิกธนบัตรใบละ 25-35-75 จ๊าตทิ้ง (ยกเลิกไปเลย ใครมีธนบัตรดังกล่าวก็เหมือนไม่มีเงิน แถมไม่ยอมให้เอาไปแลก) เพื่อตัดกำลังทางเศรษฐกิจของชนกลุ่มน้อย แต่นั่นทำให้ประชาชนเดือดร้อนมาก เพราะเก็บเงิน 80% ไว้ในรูปธนบัตรดังกล่าว
  • นักศึกษาประท้วงครั้งแรก(นับตั้งแต่ปี 2519) เป็นระยะสั้นๆ จากนั้นโดนปราบ
  • มีนาคม 2531 นักศึกษาและชาวบ้านร่วมกันกลับมาอีกครั้ง โดนปราบตายไปอีก 100 กว่าคน
  • มิถุนายน 2531 นักศึกษาประท้วงครั้งที่สาม ครั้งนี้รุนแรงมากและลามไปยังหัวเมืองใหญ่ต่างๆ นักศึกษารวมตัวกันในนามสหพันธ์นักศึกษาพม่า (All Burma Federation of Students unions –ABFSU) นักศึกษาเหล่านี้จะใช้นามยุทธ์ (ชื่อปลอม) ซึ่งไม่รู้ว่ามีกี่คนที่ใช้ชื่อเดียวกัน ไม่รู้ว่าแต่ละคนเป็นใคร เช่น หม่องโกโกอู มินโกนาย ฯลฯ
  • การประท้วงขยายวงกว้างขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ปี 2531  มีคนจากกว่า 40 เมืองเข้าร่วมทั้งชาวพม่า พระสงห์ ข้าราชการพลเรือน กรรมกรโรงงานต่างๆ จนบีบให้นายพลเนวินและประธานธิบดีซันยุต้องลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 23 กรกฎาคมได้สำเร็จ
  • แต่ความเมพของเนวินไม่จบตามตำแหน่ง มีวิธีการซื้อเวลาต่างๆออกมาเรื่อยๆ เช่น การเปลี่ยนผู้นำ การสัญญาว่าจะดำเนินนโยบายบางอย่าง (เช่น การเลือกตั้ง) หลังจากเนวินลงจากตำแหน่งไปมีการตั้งนายพลเส่งสวินขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนในช่วง ก.ค.ถึงส.ค.
  • ในช่วงสั้นๆที่นายพลเส่งสวินครองอำนาจ ได้จัดการเก็บผู้ประท้วงไปกว่า 3,000 คน นักศึกษาและผู้นำปรชาชนทำการประท้วงใหญ่ 8888 คือวันที่ 8 สิงหาคม ปี 1988  (2531) โค่นล้มเส่งสวินลงจากตำแหน่งได้สำเร็จ คล้าย 14 ตุลาคม 2514 ของไทย

การประท้วงใหญ่ 8888 (ภาพจาก Wikipedia)

  • หม่องหม่องขึ้นครองตำแหน่งแทน ถือเป็นประธานาธิบดีสายพลเรือนคนแรก แต่ก็โดนประท้วงลงจากตำแหน่งอีก
  • ดูเหมือนชัยชนะของประชาชนอยู่แค่เอื้อม แต่ไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อนายพลซอหม่อง ทำการรัฐประหาร 18 กันยายน 2531 ยึดอำนาจในนามคณะกรรมการรักษากฏระเบียบและความเรียบร้อยแห่งรัฐ หรือ รสช.พม่า (The State Law and Order Restoration Council: SLORC) และจบลงด้วยโศกนาฏกรรมของฝั่งผู้ประท้วง (คล้าย 6 ตุลาคม 2519 ของไทย) ประชาชนถูกยิงทิ้งไปอีกกว่า 1,000 คน นักศึกษาจำนวนมากหนีเข้าป่าไปอยู่กับพรรคคอมมิวนิสต์และชนกลุ่มน้อย

อองซานซูจิและการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์

  • อองซานซูจีเป็นลูกสาวของอองซาน วีรุบุรุษผู้กอบกู้เอกราชของพม่า อองซานซูจีอายุได้ 3 ขวบตอนที่อองซานถูกลอบสังหาร อองซานซูจีเรียนหนังสืออยู่ในพม่าจนอายุ 15 ปี ก็ไปเรียนต่อในอินเดีย (ทำให้เธอได้แนวคิดการต่อสู้แบบอหิงสาของคานธีติดมา) จากนั้นอายุ 19 ปีก็ไปเรียนต่อที่ Oxford สาขาปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์ จากนั้นก็ไปทำอะไรหลายอย่างอยู่ จนปี 2531 มารดาของซูจีก็ป่วย ทำให้ซูจีต้องกลับไปเยี่ยมแม่ในพม่า จนไปๆมาๆก็โดนจูงไปเกี่ยวข้องกับการเมืองพม่าในที่สุด

อองซานซูจี (ภาพนี้ไม่รู้จากไหนเหมือนกันครับ แต่เจอในหลายเว็บอยู่)

  • ภายหลังการเดินขบวนใหญ่ 8888 ในวันที่ 25 สิงหาคม 2531 อองซานซูจีขึ้นปราศัยครั้งแรกหน้ามหาเจดีย์ชเวดากอง สร้างความประทับใจมากระดับการปราศัยในตำนาน จนกลายเป็นความหวังใหม่ให้แก่ชาวพม่า
  • ภายหลังการยึดอำนาจของนายพลซอหม่อง รัฐบาลทหารก็ประกาสจะให้มีการเลือกตั้งขึ้นตามคำสัญญาเดิมที่รัฐบาลหม่องหม่องให้ไว้ ทำให้เกิดขั้วอำนาจเด่นๆสองพรรค คือพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย  (The National League for Democracy: NLD) และพรรคเอกภาพแห่งชาติ (The National Unity Party: NUP) ซึ่งเป็นร่างอวาตารของ SLORC หรือรัฐบาลทหารพม่าเอง
  • พรรค NLD นั้นก่อตั้งโดยอดีตทหารแก๊งค์เนวินคือนายพลอองยีและนายพลทินอู แต่แนวคิดตรงข้ามกัน ภายหลังได้ไปเชิญอองซานซูจีมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคดังที่ได้กล่าวข้างต้น
  • วิธีการจัดการเลือกตั้งของรัฐบาล SLORC นั้นแนวมาก มีกฎห้ามชุมนุมเกิน 5 คน(แล้วจะปราศัยยังไง ?) มีพรก.ฉุกเฉิน (ของพม่าใช้คำว่า พ.ร.บ.พิทักษ์รัฐ) สามารถจับกุมหรือกักขังใครก็ได้ทีรัฐคิดว่าต้องทำเพื่อจะ”พิทักษ์รัฐ” นั่นทำให้ผู้นำหลายๆพรรคโดนกักบริเวณ คำพูดที่จะใช้หาเสียงทางทีวีก็ต้องส่งไปให้รัฐตรวจสอบก่อนถึงจะะออกอากาศได้ ฯลฯ
  • สำหรับอองซานซูจีนั้น หลังจากหาเสียงไปได้ประมาณ 1 ปีและดูมีผู้สนับสนุนล้นหลาม เธอก็โดน “House arrest” โดยการนำทหาร 300 นายพร้อมเครื่องกีดขวาง เช่น ลวดหนามมาล้อมบ้านไว้ พร้อมทั้งออกอากาศโจมตีอองซานซูจีประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องไปอยู่ต่างชาติไม่เข้าใจสังคมพม่าหรอก (คุ้นๆอีกแล้ว ! 55)
  • แต่ไม่ว่าจะพยายามขัดขวางยังไง สุดท้ายพรรค NLD ของอองซานซูจี ชนะเลือกตั้งท่วมท้นไปด้วยคะแนนเสียง 396 ที่นั่ง ต่อพรรค NUP 10 ที่นั่ง
  • แต่ระดับรัฐบาลทหารพม่าแล้ว ถึงจะแพ้ก็กลัวที่ไหน ไม่ถ่ายโอนอำนาจซะอย่าง ! จัดการรีแบรนด์ตัวเองเป็น The State Peace and Development Council (SPDC) แล้วครองอำนาจต่อ ส่วนซูจีและฝ่ายตรงข้าม ก็ขังลืมไว้อย่างนั้นแหละ !

ก็จบลงครับสำหรับตอนนี้ เหตุการณ์ในหนังสือเล่มนี้ส่วนมากจะถึงแค่ช่วงปี 253x เท่านั้น มีบางส่วนที่อ.ชาญวิทย์มาเติมลงไปใน ed. หลังๆ ซึ่งเหตุการณ์ในช่วงหลังจริงๆ เช่น ล่าสุด อองซานซูจีก็ได้รับการปล่อยตัว (อีกครั้ง ปล่อยๆจับๆครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้) และดูเหมือนพม่ากำลังจะมีการเลือกตั้งอีกครั้ง เรื่องเหล่านี้ต้องหาข้อมูลเพิ่มเอานอกหนังสือครับ ถ้ามีเวลาผมจะหาอ่านเพิ่มครับ

ตอนหน้า (ถ้ามี)คงไปแนวเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมากกว่า

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s