พม่า: ประวัติศาสตร์และการเมือง – ภาค 3: สมัยเอกราช

มาต่อกันครับสำหรับประวัติศาสตร์พม่าช่วงต่อมา จากหนังสือ “พม่า: ประวัติศาสตร์และการเมือง” โดย อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริครับ

สมัยเอกราช

อองซานและสงครามโลกครั้งที่ 2

  • ช่วงท้ายของยุคอาณานิคมอังกฤษ การปกครองของอังกฤษนำปัญหามาสู่พม่ามากมาย จึงเริ่มเกิดขบวนการชาตินิยมต่างๆดังในตอนที่แล้ว ซึ่งหนึ่งในขบวนการสำคัญคือ สมาคมเราชาวพม่า คนในสมาคมใช้คำสรรพนามเรียกกันว่า “ทะขิ่น” ซึ่งแปลว่า”เจ้านาย” เป็นการใช้คำสรรพนามให้ตนเองทัดเทียมกับชาวอังกฤษ
  • ทะขิ่นอองซาน และทะขิ่นอูนุ นักศึกษามหาวิทยาลัยย่างกุ้ง ทำการประท้วง“หาเรื่อง”รัฐบาลอังกฤษด้วยการนอนขวางประตูห้องสอบไล่ (ต่อมาทั้งสองกลายเป็นกำลังสำคัญของขบวนการชาตินิยมในหมู่นักศึกษาพม่า)
  • ช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นประกาศสงครามมหาเอเชียบูรพา ผู้นำพม่า (และชาติอื่นๆ เช่น ประเทศไทยสมัยจอมพล ป.) ถือโอกาสเข้าร่วมกับญี่ปุ่นทันที
  • อองซาน อูนุ และเพื่อนรวม 30 คน (ในจำนวนนี้มี “เนวิน” ผู้ซึ่งจะกลายเป็นหัวหน้ารัฐบาลทหารพม่าในภายหลังรวมอยู่ด้วย) ได้ลอบหลบหนีจากพม่าไปฝึกกับกองทหารญี่ปุ่นที่เกาะไหหลำ ภายหลังได้ชื่อว่า “ตรีทศมิตร” หรือ “30 วีรชน”

นายพลอองซาน (ภาพจาก Wikipedia)

  • กลุ่ม 30 วีรชนตั้งกองทัพเอกราชพม่า หรือ Burmese Independence Army (BIA) ขึ้น อองซานขึ้นเป็นรัฐมนตรีกลาโหมเมื่ออายุ 28 ปี ( BIA เป็นกองกำลังที่จะกลายมาเป็น Burma National Army (BNA) ในภายหลัง)
  • ต่อมาญี่ปุ่นทำท่าจะแพ้ กลุ่ม 30 วีรชนก็วางแผนอยากเปลี่ยนข้าง ตั้งเป็นองค์กรลับชื่อ Anti Fascist People’s Freedom League (AFPFL) กลุ่มนี้คือเสรีไทยของฝั่งพม่านั่นเอง และกลุ่มนี้ก็ได้เข้าโจมตีกองทัพญี่ปุ่น (สรุปว่าฝึกโดยญี่ปุ่น แล้วก็หักหลังญี่ปุ่นมันซะงั้น ฮ่าๆ)
  • ภายหลังญี่ปุ่นแพ้สงคราม พม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษอีก อองซานรับหน้าที่ในการเจรจากับรัฐบาลอังกฤษและบรรดาชนกลุ่มน้อยต่างๆ จนประสบความสำเร็จในการเจรจากับทุกฝ่าย แต่อองซานก็ไม่ได้มีชีวิตอยู่ถึงวันที่พม่าได้เอกราช
  • อองซานและคณะถูกลอบสังหารโดยฝีมือของอูซอ อดีตนายกรัฐมนตรีของพม่าในสมัยเป็นอาณานิคมอังกฤษ อูซอนั้นในสมัยสงครามโลกอยู่ฝ่ายสนับสนุนญี่ปุ่นจึงถูกอังกฤษเนรเทศ ต่อมาเมื่อสงครามจบได้ปล่อยตัวกลับมาพม่า อูซอต้องการกลับมามีบทบาททางการเมืองอีกครั้ง จึงขัดแย้งกับกลุ่ม AFPFL และนำไปสู่การลอบสังหารอองซาน
  • อองซานได้รับการขนานนามว่า “บิดาแห่งเอกราชพม่า” ในภายหลัง
  • ช่วงที่อองซานไปเจรจากับทุกฝ่ายนี้ ทำให้งานกลาโหมตกอยู่กับเนวิน และเนวินกลายเป็นผู้นำกองทัพ (อารมณ์ The Phantom Menace ฮ่าๆ)
  • ข้อตกลงที่อองซานทำกับชนกลุ่มน้อย เรียกว่าสนธิสัญญาปางหลวง คือจะยอมให้ชนกลุ่มน้อยเหล่านั้นปกครองตนเองอยู่กับรัฐบาลพม่าในรูปสหภาพ

Rise of เนวิน

  • ภายหลังการเสียชีวิตของอองซาน อูนุ (หรือทะขิ่นอูนุ หนึ่งใน 30 วีรชน) ขึ้นเป็นผู้นำ AFPFL แทน หลังขึ้นครองตำแหน่งอูนุเจอปัญหาเอกภาพของพรรคและปัญหาชนกลุ่มน้อยอย่างหนัก บรรดาสมาชิกกลุ่มต่างๆของ AFPFL แยกตัวเป็นอิสระ และชนกลุ่มน้อยทั้งหลายไม่พอใจระบบการปกครองแบบสหภาพที่พม่านำมาใช้

อูนุ (ภาพจาก Wikipedia)

  • กองทัพกระเหรี่ยงหรือ Karen National Union (KNU) ภายใต้การนำของนายพลโบเมี๊ยะ กองทัพคอมมิวนิสต์และชนกลุ่มน้อยอื่นๆก่อสงครามกลางเมือง จนรัฐบาลกลางของอูนุเกือบเสียเมืองย่างกุ้ง
  • เนวินซึ่งเป็นผู้นำกองทัพในสมัยนั้น เป็นกำลังสำคัญในการปราบปรามขบถต่างๆ ทำให้ได้ใจประชาชนค่อนข้างมาก
  • อูนุล้มเหลวหนักถึงขนาดต้องขอให้เนวินมาเป็นผู้นำรัฐบาลรักษาการอยู่ถึง 2 ปีระหว่างช่วงรอให้มีการเลือกตั้ง(หลังได้เอกราช)
  • ภายหลังการเลือกตั้ง อูนุชนะการเลือกตั้ง แต่ชีวิตชาวพม่าก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น นายพลเนวินจึงทำการรัฐประหารในปี 2505 อย่างง่ายดาย โดยได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างท้วมท้น และถึงแม้ช่วงหลังๆจะพาประเทศไปสู่จุดที่ไม่ค่อยดีนัก แต่เนวินก็สามารถครองตำแหน่งต่อเนื่องยาวนานรวมทั้งหมดถึง 26 ปี

นายพลเนวิน

ภายใต้การนำของรัฐบาลทหาร

  • พม่าเปลี่ยนการปกครองจากระบบรัฐสภา ไปเป็นระบบพรรคการเมืองพรรคเดียวภายใต้การนำของพรรคโครงการสังคมนิยมพม่า (Burma Socialist Program Party หรือ BSPP)
  • ยุคแรกของการปกครองโดยรัฐบาลทหารพม่า ทหารมีภาพพจน์ดี ไม่คอรัปชั่น ไม่ได้อยากเล่นการเมืองหรอก (แต่สถานการณ์บังคับ)
  • ต่อมารัฐบาลทหารพม่าใช้นโยบายปิดประเทศ (กลายเป็น”ฤาษีแห่งเอเชีย”) ไม่ค่อยติดต่อกับต่างประเทศ ให้อำนาจกับทหารมากขึ้น จนกองทัพพม่าเติบโตมีขนาด 3 เท่าจากเดิม งบประมาณมหาศาลทุ่มให้กับกองทหาร และอัตราคอรัปชั่นพุ่งสูงทะลุเป้า ทหารและข้าราชการร่ำรวย ในขณะที่ประชาชนยากจน ปัญหาชนกลุ่มน้อยก็ไม่ได้ลดลง (ตามที่ทหารใช้เป็นข้ออ้างในการรัฐประหาร)
  • พม่าแปรสภาพจากประเทศที่ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก กลายเป็นพอมีกินในประเทศ และกลายเป็นประเทศยากจนที่สุด 1 ใน 10 ของโลก

จบครับ ตอนต่อไปจะเป็นเรื่องของอองซานซูจีและขบวนการปฏิวัติประชาธิปไตยในพม่าครับ

ปล.
-อองซานคนนี้ก็คือ พ่อของอองซานซูจีนั่นเองครับ เขากลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้ขบวนการปฏิวัติประชาธิปไตยในพม่าในเวลาต่อมา ถ้าใครได้ดู The Lady ก็จะเห็นฝูงชนชูรูปของอองซาน
-และใน The Lady เอง หลายคนจะเข้าใจว่าอองซานถูกฆ่าโดยรัฐบาลทหารพม่า ซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่ครับ เขาถูกฆ่าโดยอูซอ (ตอนนั้นเนวินยังเป็นฝ่ายธรรมะอยู่ 55)
-อองซานตายตอนอองซานซูจีอายุเพียง 2 ขวบเท่านั้น

Advertisements

4 thoughts on “พม่า: ประวัติศาสตร์และการเมือง – ภาค 3: สมัยเอกราช”

  1. อยากได้หนังสือเล่มนี้มาอ่าน ใครช่วยแนะนำหน่อยหาได้ที่ไหน โปรดติดต่อ0840009059…อยากได้ด่วนค่ะ

    1. หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในโครงการตำราของมูลนิธีโครงการตำรา ฯ ลองเข้าไปดูได้ที่ https://www.facebook.com/textbooksproject ครับ อาจจะยังมีช่องทางซื้อ

      ถ้าไม่มีจริง เล่มนี้ผมซื้อมาจากร้าน Book Re:Public ที่เชียงใหม่ ลองติดต่อทางร้านดูครับ

  2. ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ร้านริมขอบฟ้า อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ยังพอจะหาซื้อได้ครับ

  3. El1es&#82s7;i. How ironic that today I had lunch at the food truck only to find a blog post about a food truck wedding?! This is EXCELLENT! And I bet it didn’t cost them an arm and a leg either. Oh and please

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s