พม่า: ประวัติศาสตร์และการเมือง – ภาค 2: สมัยอาณานิคม

มาต่อกันครับสำหรับประวัติศาสตร์พม่าช่วงต่อมา จากหนังสือ “พม่า: ประวัติศาสตร์และการเมือง” โดย อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริครับ

สมัยอาณานิคม

ยุโรปช่วงล่าอาณานิคม

  • ในช่วงแรกๆของการล่าอาณานิคม ประเทศ”ฝรั่งปักษ์ใต้” คือสเปนและโปรตุเกส เป็นฝ่ายเริ่มก่อน เนื่องจากค้นพบวิธีการเดินทางมาเอเชียโดยการเดินเรือข้ามแอฟริกา มีเป้าหมายคือเพื่อการค้าเครื่องเทศและการเผยแผ่ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิค ช่วงนี้ตรงกับสมัยอยุธยาช่วงก่อนเสียกรุงครั้งแรก (เช่นที่เห็นในหนังสุริโยทัยที่มีฝรั่งมาเป็นทหารรับจ้างทั้งฝั่งไทยและพม่า)
  • ในช่วงแรกๆนั้นฝรั่งจะให้ความสำคัญกับหมู่เกาะมากกว่าบนพื้นดินมาก เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตเครื่องเทศ พวกมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เลยโดนบุกยึดก่อนที่อื่น
  • ต่อมาช่วงใกล้เสียกรุงครั้งที่สอง เครื่องเทศเริ่มลดความสำคัญลงไป กลายเป็นให้ความสำคัญกับข้าว ยางพารา ฝรั่งเหล่านี้จึงเริ่มมองหาดินแดนไปยึดเพิ่ม อีกสาเหตุหนึ่งคือต้องการใช้ดินแดนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นฐานที่มั่นในการขยายการค้าไปจีนและญี่ปุ่น
  • ในช่วงหลังเสียกรุงครั้งที่ 1 ยุโรปฝั่งเหนือคือพวกอังกฤษ ฮอลันดา ฝรั่งเศส เริ่มมีอิทธิพลมากขึ้น (พวกนี้นับถือโปรเตสแตน เลยยิ่งเป็นศัตรูกันกับฝ่ายใต้) อังกฤษและฮอลันดาเริ่มแย่งผลประโยชน์การค้ากับโปรตุเกส จนสามารถยึดพวกหมู่เกาะต่างๆจากโปรตุเกสได้ ช่วงนี้ฮอลันดาเจ๋งกว่าอังกฤษในทางทะเล
  • อังกฤษเลยต้องหันไปเล่นอินเดียแทน สามารถบุกยึดดินแดนรูปสามเหลี่ยม คือ มัทราส บอมเบย์ และกัลกัตตาได้ ทำให้อังกฤษคุมยุทธศาสตร์สำคัญและแผ่อิทธิพลคุมทั้งอินเดีย และแผ่มาจนถึงพม่าที่กำลังยิ่งใหญ่แผ่ขยายมาเหมือนกัน

สงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่ 1-2

  • สงครามครั้งแรกเกิดเมื่อพม่าตียะไข่ทางตะวันตก ยะไข่เลยหนีไปทางอินเดีย พม่าก็ตามไปตี อังกฤษเลยถือโอกาสนี้ตีพม่าไปเลย (เพราะเล็งมานานแล้ว)
  • อังกฤษใช้กองทัพประมาณ 40,000 คนตีพม่าแตก ได้เมืองพม่าฝั่งตะวันตกไป เหลือบริเวณย่างกุ้งและเมาะตะมะ
  • สงครามครั้งที่สองเกิดเนื่องจากพ่อค้าชาวอังกฤษไม่พอใจระบบผูกขาดการค้าของกษัตริย์พม่าที่ใช้ในบริเวณแม่น้ำอิระวดี (คล้ายๆระบบผูกขาดของไทย) อังกฤษเลยยึดพม่าตอนล่าง พม่าเหลือแค่ศูนย์กลางอาณาจักรบริเวณตอนบน

สงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่ 3

  • ยุคที่อังกฤษบุก พม่าดันมามีปัญหากษัตริย์ไม่ค่อยปรีชาสามารถซ้ำซ้อน
  • แต่ก็มีกษัตริย์ที่เก่งอยู่ในช่วงหลังคือพระเจ้ามินดง ซึ่งขึ้นครองราชย์ด้วยการรัฐประหาร (ตรงกับช่วงสมัยร.4-ร.5 ของเรา) พระเจ้ามินดงเน้นนโยบายสายพิราบ คัดค้านการทำสงครามกับอังกฤษ อังกฤษขออะไรก็ยอมๆไปบ้าง ยุคนี้เป็นยุคแห่งการปฏิรูปประเทศให้ทันตะวันตก (คล้ายๆกับประเทศไทยในสมัยเดียวกัน) และพยายามมองหามหาอำนาจอื่นๆมาถ่วงดุล

พระเจ้ามินดง (ภาพจาก Wikipedia)

  • สิ้นสมัยพระเจ้ามินดง โอรสคือพระเจ้าธีบอขึ้นครองราชย์ต่อ พระเจ้าธีบอนั้นถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้พม่าเสียกรุง เนื่องจากโหดร้ายทารุณ ประหารขุนนางจำนวนมาก และตกอยู่ใต้อำนาจของราชินีคือพระนางศุภยลัต

พระเจ้าธีบอ (ภาพจาก Wikipedia)

  • ลัทธิล่าอาณานิคมก้าวไปอีกขั้นหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมและการเปิดใช้คลองสุเอซ ซึ่งทำให้การเดินทางมาเอเชียง่ายขึ้นมาก การปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ทำให้ความต้องการตลาดวัตถุดิบและแรงงานราคาถูกมากขึ้น
  • ฝรั่งเศสยึดเวียดนามได้และแผ่อิทธิพลมาทางลาวมากขึ้นเรื่อยๆ อังกฤษกลัวฝรั่งเศสจะมายึดพม่าผ่านทางสามเหลี่ยมทองคำ (จึงอยากรีบๆยึดเองซะก่อน) และยิ่งพม่ามีนโยบายพยายามหาฝรั่งเศสมาถ่วงดุล อังกฤษยิ่งต้องรีบยึด (เป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของพม่า จะไม่ถ่วงก็ไม่ได้ พอถ่วงก็ซวยอีก)
  • สุดท้ายพม่าก็ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ พระเจ้าธีบอและพระนางศุภยลัตถูกเนรเทศออกนอกประเทศไปอยู่มุมไบจนสิ้นชีวิต
  • สรุปสาเหตุที่ทำให้พม่าเสียเอกราช 1.ซวยเองที่ดันไปอยู่ตรงนั้น 2.กษัตริย์หลายคนไร้ความสามารถ 3.นโยบายต่างประเทศที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกดังกล่าว

ยุคหลังจากตกเป็นอาณานิคม

  • อังกฤษปรับปรุงระบบหลายๆอย่างของพม่า ระบบการปกครอง ระบบศาล ระบบเศรษฐกิจ โดยอังกฤษเอาพม่าไปผนวกไว้กับอินเดีย ขึ่นกับกระทรวงอินเดีย (Indian Office) ซึ่งทำให้อังกฤษไม่ค่อยได้ใส่ใจปัญหาหลายๆอย่างในพม่า ทำให้ชาวพม่าบางส่วนไม่พอใจ
  • อังกฤษใช้พม่าเป็นฉางข้าวในการหล่อเลี้ยงอาณานิคมของตนเอง พัฒนาระบบการเกษตรเช่นขุดคลองต่างๆ จนพม่ากลายเป็นประเทศส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลกในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง
  • อังกฤษมีนโยบายดึงแรงงานเข้ามาทำงานในพม่า ทั้งจากอังกฤษ อินเดียและจีน แต่ส่วนใหญ่ชาวต่างชาติจะอยู่ในตัวเมือง ในขณะที่ชาวพม่าเองจะอยู่นอกเมือง
  • การดึงชาวต่างชาติเข้ามานี้ทำให้ชาวอินเดียกลายเป็นเจ้าพ่อเงินกู้ ความจริงแล้วดอกเบี้ยไม่ได้สูงกว่าชาวพม่าปล่อยกู้เองเท่าใด แต่เป็นชาวต่างชาติเลยกลายเป็นเป้าโจมตีได้ง่ายกว่า
  • ระบบเศรษฐกิจแบบที่อังกฤษนำมาใช้ก่อให้เกิดปัญหาหนี้สินต่อชาวพม่า กว่า 50% ของที่ดินในพม่าเป็นของคนที่ไม่ได้ทำการเพาะปลูก ชาวนาไร้ที่ดินทำกิน ยิ่งต่อมาเกิดปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ทำให้ชาวพม่าเกลียดชาวต่างชาติมาก โดยเฉพาะแขกอินเดีย

ลัทธิชาตินิยมในพม่า

  • การยกเลิกสถาบันกษัตริย์นั้นกระทบสถาบันศาสนาด้วย (เพราะขาดองค์อุปถัมภ์ไป) นั่นทำให้พระพม่าไม่พอใจ และประท้วงรัฐบาลอังกฤษในประเด็นทางวัฒนธรรมหลายครั้ง
  • การประท้วงของพระพม่านี้กลายเป็นแรงบันดาลใจไห้ฆราวาสชาวพม่าอยากขอจัดบ้าง เกิดขบวนการชาตินิยมกลุ่มแรกคือ Young Men Buddhist Association (YMBA – เลียนแบบ YMCA) หรือ สมาคมชาวพุทธหนุ่ม กลายเป็นศูนย์กลางขบวนการชาตินิยมในพม่า การประท้วงครั้งสำคัญคือ กบฎเกือก (No footwear) คือการเรียกร้องให้ชาวฝรั่งถอดรองเท้าก่อนเข้าวัด และทำสำเร็จ ชาวพม่าเริ่มรู้สึกถึงชาตินิยมและชัยชนะ
  • เหตุการณ์ภายนอกก็มีส่วนช่วย เช่น การรบชนะรัสเซียของญี่ปุ่น การที่อังกฤษเอาเชลยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 มาทำงานในพม่า (ชาวพม่าเห็นว่าฝรั่งก็เป็นกรรมกรได้นะ) การได้ปกครองตนเองของอินเดีย ฯลฯ
  • YMBA จัดการรีแบรนด์ตัวเองใหม่เป็น General Council Burmese Association (GCBA) ตัดคำว่า Buddhist ออกไปแล้วเน้นเคลื่อนไหวทางการเมืองเต็มที่
  • พระพม่าใช้ศาสนามาเป็นเครื่องมือทางการเมือง (เอ๊ะ คุ้นๆ ฮ่าๆ) โดยการตีความพระพุทธศาสนานั้นสัมพันธ์กับการได้อิสรภาพของพม่า ตีความสังคมนิยมเข้ากับโลกนิพพาน
  • GCBA นั้นทำให้เกิด สมาคมชาวเราพม่า (Dobhama Asiayone) ขึ้นตามมา จัดตั้งขึ้นภายในมหาวิทยาลัยย่างกุ้ง สมาคมนี้กลายเป็นแหล่งผลิตผู้นำสำคัญในการเรียกร้องเอกราช (เช่น อองซาน อูนุ) ลักษณะหนึ่งของสมาคมก็คือจะเรียกแทนกันว่า “ทะขิ่น” เป็นคำศัพท์แปลว่า “เจ้านาย” ซึ่งในสมัยนั้นคำนี้จะเอาไว้ใช้เรียกคนอังกฤษ
  • ทั้ง GCBA และสมาคมชาวเราพม่า กลายเป็นศูนย์กลางขบวนการชาตินิยม สร้างผู้นำแบบใหม่ขึ้นมา ผู้นำที่ได้รับการศึกษาแบบตะวันตก และพยายามมองหารูปแบบใหม่ให้สังคมพม่า

ขบถอาจารย์ซาน

  • เป็นการก่อขบถของอาจารย์ซาน (เป็นพระและหมอยาแผนโบราณ คนเลยเรียกอาจารย์) ประมาณช่วงเดียวกับที่ไทยปฏิวัติ 2475 เป็นการขบถของขาวนาเนื่องจากการดำเนินนโยบายของอังกฤษที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่จริงของาวพม่า  อิงกับความเชื่อทางศาสนา พยายามจะรือฟื้นสถาบันเก่า (กษัตริย์)
  • สุดท้ายโดนปราบ มีผู้โดนจับถึง 9,000 คน บาดเจ็บล้มตายกว่า 3,000 คน อาจารย์ซานโดนประหารชีวิต

จบแล้วครับตอนสอง ยาวมาก ช่วงหลังได้เอกราชแล้วนี่แหละยิ่งจะยาวมาก และตัวละครจะเริ่มเยอะ

ปล.ผมไปดู The Lady มาแล้ว ไว้มีโอกาสจะเขียนถึงครับ (แต่เป็นหนังที่ผมแนะนำให้ดูนะ อย่างน้อยๆก็เป็นเรื่องราวของประเทศติดกัน)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s