มาลองฟังความเห็นของฝ่ายหนุน GMO กันบ้างครับ

ต้องออกตัวก่อนว่านี่ไม่ใช่ฟิลด์ที่ผมมีความรู้ แต่ประมาณหนึ่งเดือนก่อนผมไปเจอกระทู้แนะนำในห้องหว้ากอกระทู้หนึ่ง ตั้งโดยอ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ (JD300) ที่เคยโด่งดังจากการแฉ GT200 เป็นเรื่องเกี่ยวกับพืช GMO ครับ อ่านแล้วรู้สึกได้เปลี่ยนมุมมองต่อพืช GMO ไปเยอะ เลยตั้งใจไว้ว่าซักวันนึงจะเอามาแชร์ให้ได้

สิ่งสำคัญที่สุดที่อ.เจษฎาพยายามจะนำเสนอในกระทู้ก็คือ “ประเทศไทยควรให้อิสระแก่เกษตรกรในการเลือก ว่าจะปลูกตามวิธีดั้งเดิม หรือว่าปลูกพืช GMO ไม่ควรกีดกันเช่นทุกวันนี้”

เริ่มจากอ.เจษฎาให้ข้อมูลก่อน สรุปก็คือ พืช GMO สามารถทำอะไรหลายๆอย่างได้ เช่น ให้ผลผลิตสูงกว่า ให้สารอาหารมากกว่า ทนแล้งมากกว่า ฯลฯ หลายประเทศใช้ GMO ในการเพิ่มผลผลิต หลายๆประเทศที่เคยนำเข้าข้าวจากเรา ต่อไปอาจไม่จำเป็นต้องนำเข้าแล้วเพราะผลิตได้เพียงพอ เช่น จีน

แล้วก็เริ่มมุมตอบคำถาม โต้ตอบความเชื่อที่มีมาแต่เดิม ผมพยายามสรุปเป็นภาษาชาวบ้านๆนะครับ

Q:.พืช GMO ไม่ปลอดภัย
A:ยังไม่มีงานวิจัยหรือองค์กรทางวิทยาศาสตร์หลักๆของโลกออกมาบอกว่าไม่ปลอดภัย ทั้ง WHO, FAO

Q:ของแบบนี้ฝรั่งไม่กินหรอก เอามาให้คนเอเชียกิน กลายเป็นหนูทดลองยาอีกแล้ว
A:เขากินกันมาตั้งแต่ปี 2538 แล้วครับ ยุโรปเดี๋ยวนี้ก็กินแล้ว ตอนนี้ยุโรปทำ GMO เพื่อการค้าไป 8 ประเทศแล้วครับ ที่เหลือก็ทำวิจัยกันอยู่

Q:ผลผลิตออกมามากก็ล้นตลาดสิ
A:จากข้อมูลในปัจจุบัน ผลผลิตอาหารของโลกมีแนวโน้มจะขาดแคลนมากกว่าล้นตลาด

Q:จะเสริมอาหารในพืชไปทำไม (เช่น ใส่แคโรทีนลงในข้าว) อยากได้อะไรก็ไปกินอันนั้นสิ (กินฟักทอง)
A:ความสมบูรณ์ของแต่ละพื้นที่ต่างกัน บางพื้นที่ของฟิลิปปินส์หาพืชที่มีแคโรทีนได้ยากมาก ทำให้เกิดปัญหาขาดสารอาหาร ถ้าเสริมลงไปในข้าวเลยก็ช่วยได้เยอะ

Q:คนบางคนแพ้อาหารบางอย่าง ถ้าเอายีนของอาหารนั้นมาใส่ในอาหารที่เขาไม่ได้แพ้เขาเผลอกินเข้าไปก็ซวยดิ
A:ความเป็นจริงคือมีความเข้มงวดมาก จะไม่มีการเอายีนของอาหารที่มีคนแพ้มาใช้เด็ดขาด (ไม่งั้นไม่ผ่านการประเมิน)

Q:อาหารไม่เพียงพอต่อประชากรโลก แล้วมันเป็นหน้าที่อะไรของประเทศไทย
A:เพราะเราเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ ต่อไปเราจะขายได้น้อยลงเพราะประเทศคู่แข่งสร้างผลผลิตได้เยอะขึ้น เช่น ฟิลิปปินส์เคยนำเข้าข้าวโพด บราซิลเคยนำเข้าถั่วเหลือง อินเดียเคยนำเข้าฝ้าย ตอนนี้ทุกประเทศกลายเป็นผู้ส่งออกไปแล้วด้วย GMO สรุปว่าประเทศที่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้จะกลายเป็นผู้นำตลาด และประเทศไทยที่ไม่ยอมพัฒนาจะขายอะไรไม่ได้แถมยังต้องนำเข้าอยู่ตลอด เช่นที่นำเข้าถั่วเหลืองทุกวันนี้ (ที่นำเข้ามาก็ GMO เหมือนเดิม)

Q:จะไปปลูก GMO ทำไม ประเทศเราไหนๆก็มาขนาดนี้แล้วเน้นสาย Organic ไปเลยดีกว่า
A:แล้วทำไมไม่ให้เกษตรกรเป็นคนเลือกไปเลยละครับ ใครอยากไปสายไหนก็ไป

Q:เรามาเน้นคุณค่า ผลิตน้อยๆแต่ขายได้ราคาดีกว่ามั้ย
A:ราคาข้าวปัจจุบันมันโอเคดีอยู่แล้วครับ ทำยังไงให้ผลิตได้มากขึ้นและลดต้นทุนในส่วนอื่นๆดีกว่าครับ ซึ่ง GMO ตอบทุกโจทย์ ได้ผลผลิตมากขึ้น ใช้ปุ๋ยและสารเคมีปราบศัตรูพืชน้อยลง (เพราะพืชมันทนอยู่แล้ว) ใช้น้ำน้อยลงอีก

Q:ผมห่วงเรื่องการปนเปื้อนทางพันธุกรรมกับพืชธรรมชาติ
A:Genetic contamination มันเป็นแค่วาทกรรมของพวก NGOs เพราะที่ปลูกกันทุกวันนี้มันก็ไม่ใช่พืชที่เกิดตามธรรชาติอยู่แล้ว เป็นพืชที่ผ่านการผสมนั่นผสมนี่ (แค่ไม่ได้ตัดต่อพันธุกรรม) ซึ่งพืชพวกนี้ก็ไม่สามารถมีชีวิตรอดเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว

Q:เชื่อผมสิ มันต้องปนเปื้อนแน่นอน ดูอย่างมะละกอสิ
A:อันนั้นมันลักลอบเอามาปลูกเลยครับ ไม่ใช่ปลูกแล้วเกสรมันปลิวไปผสมพันธุ์กับไร่ข้างๆ

Q:ต่อไปโลกจะมีแต่ GMO ดูอย่างอเมริกาสิ แต่ก่อนมี 600 กว่าสายพันธุ์ เดี๋ยวนี้เหลืออยู่ 4 สายพันธุ์ของบริษัทใหญ่
A:มันเหลือแค่นี้ก็เพราะที่ปลูกแล้วคุ้มสุดมันมีแค่นี้ไงครับ เขาก็เลยปลูกแต่ 4 อันนี้ แต่ไม่ต้องห่วงไป ประเทศเราก็มีธนาคารเก็บสายพันธุ์ดั้งเดิมไว้อยู่ที่ปทุมธานี

Q:พืช GMO มันราคาแพง
A:ที่แจกฟรีมีเยอะแยะครับ โดยเฉพาะถ้าเป็นโครงการวิจัยของรัฐบาล

Q:พืช GMO ต้องใช้ปุ๋ยพิเศษ ใช้ปุ๋ยมูลสัตว์ไม่ได้ ต้องใช้ยาฆ่าแมลงชนิดพิเศษพ่น
A:ใช้ปุ๋ยมูลสัตว์ได้ครับ อาจต้องเติมปุ๋ยเคมีบ้างเพิ่มสารอาหาร (ที่ปลูกทุกวันนี้ก็ใช้) ส่วนยาฆ่าแมลงก็ยาธรรมดาที่ใช้กันอยู่นี่แหละครับ กับ GMO บางสายพันธุ์ใช้ที่ถูกกว่าหรือมลพิษน้อยกว่าได้ด้วยซ้ำ

Q:ผลผลิตได้เยอะจริงแต่ต้นทุนต่อไร่ล่ะเท่าไร
A:ก็เพราะโดยรวมแล้วมันถูกลงไงครับ (ลดค่ายาฆ่าแมลง ค่าปุ๋ย) เขาก็เลยทำกันมากขึ้นเรื่อยๆ

Q:แล้วถ้าจะหันมาวิจัยพืช GMO มันจะง่ายกว่าอนุรักษ์พันธุ์ดั้งเดิม และใช้การควบคุมโรคและศัตรูพืชด้วยวิธีธรรมชาติจริงหรือ
A:ง่ายกว่าครับ เพราะวิธีธรรมชาติมันทำไม่ได้จริง พวกสมุนไพรทั้งหลายก็แค่ไล่แมลง พอกลิ่นเริ่มจางแมลงก็กลับมา แล้วถ้าแมลงปล่อยไวรัสเข้าไปแล้ว วิธีธรรมชาติก็ช่วยอะไรไม่ได้

Q:แล้วเราจำเป็นต้องเพิ่มผลผลิต ปลูกข้าวเพื่อให้ขายได้เงินเยอะๆ จริงหรือ แล้วเพื่อใคร?
A:ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ขายเข้าได้เยอะก็เพื่อเกษตรกรไงครับ

Q:เกษตรกรจะตกเป็นทาสของบริษัทขายเมล็ดพันธุ์ ต้องพึ่งพาทั้งเมล็ดและปุ๋ยจากบริษัทตลอดไป  ไม่เคยดูหนัง Food Inc รึไง
A:Foof inc มันไม่ใช่สารคดีทางวิทยาศาสตร์เหมือน BBC หรือ NG แต่มันเป็นหนังที่พยายามให้เราเชื่ออย่างที่หนังต้องการ โดยนำเสนอข้อมูลที่”ผิดอย่างตั้งใจ” เกษตรกรมีสิทธิ์เลือกอยู่แล้วครับถ้าอยากเลิกใช้ GMO ที่เขาไม่เลิกกันเพราะใช้แล้วมันคุ้มกว่า และการยอมเสียค่าเมล็ดพันธุ์ที่แพงขึ้นแล้วคุ้มค่า เขาเลยยอมเสียกันครับ

ก็จบแล้วครับสำหรับการตอบคำถามของอ.เจษฎา

สุดท้ายมี user หนึ่งชื่อมาช้าแต่มาแล้วออกมา”จัดหนัก” คนบางกลุ่มในนั้น

ที่นี้วิกฤติทางการเมืองและเศรษฐกิจ ทำให้ผมตัดสินใจย้ายบ้านมาเชียงใหม่ อยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่าชนบทจริงๆ ไร่นาสุดลูกหูลูกตา หน้าฝนรถไถนาวิ่งเต็มถนน หน้าหนาวรถเกี่ยวข้าววิ่งเต็มถนน (เชียงใหม่ไม่มีอีเต๋น แปลกเนอะ) ผมคลุกคลีกับชาวนาจริงๆ (ดื่มเหล้างานปอย) คุย-ถามทุกเรื่องที่ผมอยากจะรู้ จะได้พิสูจน์ว่าไอ้ที่เรื่องเกี่ยวกับเกษตรประเทศไทยที่ทั้งแบบเรียน สื่อมวลชน เค้าเล่ามา รวมไปถึงที่พวก NGO เอามาบอกผมน่ะจริงเท็จแค่ไหน…..

เกษตรอินทรีย์ ปลูกพืชไม่ใส่ปุ๋ยเคมี ไม่ใส่ยาฆ่าแมลง ใช้ควายไถนาไม่ใช้รถไถนา ใช้แรงงานคนลงแขกเกี่ยวข้าวไม่ใช้รถเกี่ยวข้าว ใช้เมล็ดพันธุ์พืชดั้งเดิม ฯลฯ …………….เพ้อเจ้อครับ………….

ปัญหาศัตรูพืชหนักหน่วงมาก และจะยิ่งหนักหน่วงแบบทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เกษตรกรเองก็หมดปัญญาแก้ไข คนกทม.ไปค่ายสร้างหรือไปคุยกับเค้าเรื่องการไม่ใช่ยาฆ่าแมลงเค้าจะหัวเราะให้ (ผมโดนเองเลย) ยาฆ่าแมลงก็แพงขึ้นทุกวันๆ ปุ๋ยก็ราคาแพงขึ้นทุกวันๆ ควายไถนาไม่ต้องพูดถึง เพราะหมดหน้านาแล้ว ชาวนาพวกเค้าจะหางานอื่นทำ รับจ้างทั่วๆไปแถบนั้น ถ้าใช้ควายไถนาเค้าต้องมีต้นทุนดูแลควายหลังหน้านาอีก ซึ่งมันไม่ทำให้ได้รายได้อะไร เสียเวลาหาเงิน

ผมคุยกับเค้า เกษตรไทยไม่ได้โง่นะครับ (แต่ก็ไม่ได้ฉลาดทุกคนเหมือนกัน) เค้าเองก็เคยลองอย่างที่พวกเราอยากให้ลองหมดแล้ว อันไหนใช้ได้ดีเค้าก็ใช้ อันไหนใช้แล้วขาดทุนเค้าก็ไม่ใช้ พวกตัวห้ำตัวเบียนนั้นเค้าก็ลองแล้ว แต่ยุ่งยากน่าดู พวกสารไล่แมลงธรรมชาติเค้าก็บอกว่าไม่แรงพอ จัดเตรียมยุ่งยาก ทำเป็นไร่ๆไม่คุ้ม ก็ว่ากันไป……..

ที่นี้เรื่องตลาดของพืชเกษตรอินทรีย์ ผมได้ไปริมปิงซุปเปอร์มาเก็ต (ครือๆกับฟูจิซุปเปอร์มาเก็ตกทม.ล่ะครับ ของไฮโซช็อปปิ้งกัน) เค้ามีพืชผักออแกนนิคขายครับ ราคาแพงมาก จนผมสนใจว่า ถ้าปลูกพืชออแกนนิคขายท่าทางจะกำไร ผมเลยค้นหาข้อมูลว่าพืชออแกนนิคมีหลักการอย่างไรมั้ง ปรากฏว่า มันเป็นพืชไฮโซจริงๆครับ คือเงื่อนไขมันก็มีอย่างที่เราๆรู้กันนั้นแหละครับ ห้ามใช้ปุ๋ยเคมี ห้ามใช้ยาฆ่าแมลง ห้ามใช้พืช GMO แต่มีอยู่สองข้อที่ผมว่ามัน “เกินกว่าที่เกษตรกรทั่วไปทำได้คือ” ห้ามพื้นที่เพาะปลูก ติดกับแหล่งมลภาวะ เช่นถนนใหญ่!!! และพื้นที่ๆจะลงทะเบียนเป็นแปลงเกษตรออแกนนิคนั้นต่อให้ไม่ติดแหล่งมลภาวะ ก่อนจะลงมือปลูกพืชต้องไปขอขึ้นทะเบียนล่วงหน้า 3 ปี โดย 3 ปีนั้นห้ามเพาะปลูกพืชใดๆลงไปทั้งสิ้น!!!! คือห้ามทำกินพื้นที่แปลงนั้นว่างั้นเถอะ!!!!!

ก็เอามาฝากครับ สำหรับมุมมองของผมเอง ผมเห็นด้วยกับอ.เจษฎาครับ GMO ควรเป็นสิ่งที่เกษตรกรแต่ละคนควรมีสิทธิ์เลือก ใครอยากไปสายไหนก็ไป

จบครับ ยาวจริงๆโพสท์นี้

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s