ดูงาน Health Informatics ตอนที่ 6

จาก ตอนที่ 1,ตอนที่ 2ตอนที่ 3ตอนที่ 4 และตอนที่ 5 คงใกล้จบ series นี้แล้วล่ะครับ เพราะไปวนครบหมดทุกหน่วยแล้ว (เดี๋ยวตอนหน้าแยกเป็น 7.1 7.2 มั่งดีกว่า)

18 มีนาคม 2554 ช่วงเช้า

  • วันนี้ไปดูงานในงานสารสนเทศเพื่อการบริหาร หรืองาน Back office นั่นเอง คือมีไว้เพื่อบริหารงานต่างๆในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดูแลผู้ป่วย เช่น ระบบพัสดุ ระบบเบิกจ่ายเงิน ฯลฯ ระบบนี้เรียกอีกอย่างว่า ERP
  • โปรแกรมหลักที่ใช้คือ SAP ซึ่งไปซื้อมาแล้วให้ SCG implement ให้ จากนั้นรามาฯก็ train คนของตัวเองไปด้วย จนถึงจุดหนึ่งก็ไม่ต้องพึ่งพาบริษัทข้างนอกอีก
  • ไม่ค่อยมีมหาวิทยาลัยไหนสอนเรื่อง Software พวกนี้ ส่วนใหญ่พนักงานที่รับมาใหม่จะเป็น On the job training คือให้รุ่นพี่สอนรุ่นน้องเอา
  • งานหลักที่รับผิดชอบจะมอง 3 อย่าง 1.ต้นทุน (วัตถุดิบต่างๆ, เวชภัณฑ์) 2.ค่าใช้จ่าย (ค่าจ้างบุคคลาการ, หมอ) 3.รายได้ (หนี้ที่ต้องไปเบิกกับสปสช.เป็นต้น) ทีมนี้จะดูแลเรื่อง Software ที่เกี่ยวกับงานเหล่านี้ เขาไม่ใช่ user นะครับ user ก็คือพนักงานพวกงานคลัง งาน Human resource ฯลน อะไรแบบนั้น
  • ERP ในปัจจุบันมีให้เลือก 3 ตัว Oracle ERP, Peoplesoft, SAP ERP โดย SAP จะเป็นที่นิยมที่สุด (Peoplesoft เหมือนจะโดน Oracle ซื้อไปแล้ว) ที่ม.มหิดลเองก็กำลังจะ implement SAP เหมือนกัน
  • SAP ทำงานในลักษณะ RDBMS คือไม่ยอมให้ยุ่งกับ physical database ดังนั้นจะทำอะไรต้อง mapping จาก logical database ไป physical database โดยใช้ภาษา ABAP
  • ลักษณะการทำงานคือ เริ่มจาก user มี requirement มา คนที่รับ consult ก็จะเป็น Basis consultant (เทียบได้กับ System Engineer) จากนั้นก็จะมาประชุมกันว่าควรจะใช้เวลาเท่าไหร่สำหรับงานนี้และความเร่งด่วนระดับไหน ถ้าเป็นงานที่ซับซ้อนน้อยก็จะใช้เวลาประมาณ 15 วัน (เสร็จทุกอย่างเลย) ซับซ้อนปานกลางก็ 1 เดือน ซับซ้อนมากก็ 2 เดือน
  • หลังจากนั้นก็จะส่งให้ functional consultant ต่อ (เทียบได้กับ Software Analyser) ก็จะดูว่าจำเป็นต้องเขียนโปรแกรมใหม่หรือเปล่า ถ้าจำเป็นก็จะทำ Functional Spec. ออกมา คือเป็นเอกสารที่บอกว่าจะเอาอะไรบ้าง จะ mapping ยังไง
  • หลังจากนั้นก็จะให้ผู้ที่รับผิดชอบเซ็นรับ แล้วแต่ว่าเป็นงานระดับไหน ถ้าเป็นงานที่กระทบกับระดับนโยบายก็ต้องเป็นรองคณบดีเซ็น ถ้ากระทบสูงกว่านั้นก็จะเอาเข้า Project Steering Team
  • Project Steering Team คืออนุกรรมการบริหาร เป็นทีมผู้บริหารที่คัดมาจากผู้บริหารชุดใหญ่ ถ้าอนุกรรมการฯตัดสินใจไม่ได้ก็เอาเข้าชุดใหญ่
  • ถ้าผู้รับผิดชอบไม่อนุมัติก็เอาไปทำ Functional Spec. ใหม่ แต่ถ้าอนุมัติก็จะส่งต่อไปให้ ABAPer (Programmer นั่นเอง) ทำการเขียนโปรแกรมขึ้นมา
  • หลังจากเขียนโปรแกรมแล้วก็ให้ Functional consultant ที่ส่ง spec ไปเป็นคนไป test โปรแกรม ถ้าผ่านก็ให้ user test สุดท้ายก็เป็น basis consultant test กับระบบโดยรวม ถ้าทุกอย่างโอเคก็ Go Live
  • ถ้าเกิดผู้มีอำนาจเซ็นอนุมัติไปแล้วเกิดอยากเปลี่ยนใจ ก็ต้องทำหนังสือ Change Request มา
  • หลังจาก ABAPer ส่งโปรแกรมแล้ว ก้ต้องส่ง Technical spec (Source Code) ของโปรแกรมมาให้ส่วนกลางเก็บไว้
  • ระบบ KM ของหน่วยนี้ดีมากเลยนะ คือเก็บทุกอย่างไว้จริงๆ แบบฟอร์มต่างๆ, คู่มือใช้งาน, Data dict., Source code ฯลฯ แถมเก็บได้เป็นระบบมากและเก็บไว้หลายเวอร์ชั่น (ไม่ลบของเก่า)

หมดแล้วครับสำหรับวันนี้ ช่วงบ่ายไปเที่ยว Commart 2011 กัน อิอิ

Advertisements

2 thoughts on “ดูงาน Health Informatics ตอนที่ 6”

  1. ค้นหาข้อมูลเตรียมเสนอหัวข้อวิทยานิพนธ์ พออ่านถึงข้อนี้รู้สึกคุ้นๆ … ไปดูงาน Health informatic ที่ Singapore มาหรือเปล่าครับ วัน-เวลา ตรงกับที่ผมไปมาเป๊ะ ..Health Informatic for Practitioner (HIP Forum) 18-19-20 มีนาคม 54 ดูงานที่ Singapore General Hospital…มา Share กันครับ

    1. ปาวครับ ผมไปแค่ที่รพ.รามาธิบดีนี่เองครับ 😀 งานใหญ่ๆยังไม่มีโอกาสครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s