อเมริกาเข้มแข็ง : HITECH Act

พอดีพี่นรรนเอาหนังสืองาน TMI 2010 ที่จัดไปเมือเดือน พ.ย. 53 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งแนะนำให้อ่านเรื่องนี้ (ซึ่งพี่เขาเป็นคนบรรยาย) พอดีกับที่เป็นเรื่องที่ผมสนใจอยู่แล้ว ก็เลยอ่านซะหน่อย เห็นว่าน่าสนใจดี เลยเอามาแชร์ครับ เอาแบบสรุปและพูดกันแบบบ้านๆเลย (เอกสารชุดนี้เป็น Creative Common แบบแชร์ได้ ตามเงื่อนไขบางอย่าง ดังนั้นใครสนใจโหลด Slides หรือ เอกสาร ได้ครับ)

ช่วงแรก เป็นช่วงให้ข้อมูล

  • ช่วงที่ USA เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ได้ออกกฎหมายชื่อ ARRA ออกมา ซึ่งส่วนหนึ่งของกฎหมายนั้นก็คือ HITECH Act มีเป้าหมายสองอย่าง หนึ่งคือกระตุ้นเศรษฐกิจ และสองคือส่งเสริมให้มีการนำ IT มาใช้ในระบบสาธารณสุข (ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพของการบริการ ความปลอดภัยของผู้ป่วย และลดค่าใช้จ่าย)
  • และหนึ่งในประเด็นของ HITECH Act ก็คือ ถ้าผู้ให้บริการคนไหน สามารถนำ IT มาใช้ให้มันได้ตามเกณฑ์ “Meaningful Use” ก็จะได้สิทธิพิเศษเบิกจายค่ารักษาพยาบาลได้มากขึ้น แต่ถ้าหลังปี 58 และ 64 (แล้วแต่กลุ่มรพ.) ยังไม่ได้ตามเกณฑ์ดังกล่าว จะมีค่าปรับแทน (พูดง่ายๆว่าช่วงแรกทำได้คือเก่ง แต่ถ้าผ่านไปตั้งนานแล้วยังทำไม่ได้นี่ก็ต้องกระตุ้นกันหน่อย)
  • HITECH Act ก็มีประเด็นอื่นๆ เช่น การตั้งศูนย์ช่วยเหลือ สนับสนุนการเรียนการสอน สนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างรพ. ฯลฯ
  • แผนทำตาม Meaningful Use แบ่งออกเป็น 3 ขั้น ขั้นแรกคือปี 54-55 เน้นระบบพื้นฐานต่างๆ ขั้นที่สองจะไปเน้นที่การเอาระบบที่ทำมาในขั้นแรกมาพัฒนา “Process” ในการดูแลผู้ป่วย ส่วนขั้นสุดท้ายจะเน้นที่การเอาระบบมาพัฒนา “Outcome” เพราะงั้นตอนนี้เขายังอยู่ขั้นแรกกัน
  • การจะผ่านเกณฑ์ Meaningful Use (เพื่อเอาเงิน) ต้องผ่านเป้าหมายหลัก (Core Objective) ทั้งหมด แล้วเลือกเป้าหมายรอง (Menu Set) อันนี้ในเอกสารเหมือนจะไม่ได้ระบุว่าต้องเอาเป้าหมายรองกี่ตัว
  • เป้าหมายหลัก เช่น ข้อมูลทั่วไป, ยาที่ใช้อยู่, Problem list, Allergies, Smoking, ให้ผู้ป่วยเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตัวเองได้ ฯลฯ
  • เป้าหมายรอง เช่น ผลแลบ, ระบบ notify เมื่อถึงเวลานัด, การรายงานข้อมูลกับรัฐบาล ฯลฯ
  • จะเบิกได้ต้องส่งข้อมูลให้รัฐให้มันได้ตามมาตรฐาน เช่น HL7, CDA2, CCD, NCPDP ฯลฯ

ช่วงต่อมา เป็นการนำเสนอความคิดเห็นของพี่นรรนในประเด็นว่าถ้าประเทศไทยจะทำบ้าง ซึ่งนำเสนอไว้ 10 ข้อ

  1. เป้าหมายของการเอา IT มาใช้ ควรเป็น “Health” ของผู้ป่วย
  2. การจะทำเมกะโปรเจคท์ด้าน Health IT ต้องมีรัฐบาลหนุนหนักๆ
  3. ทำระบบแล้วต้องมีเงินกลับไปให้ผู้ให้บริการ (รพ., คลินิก ฯลฯ) ให้เขารู้สึกว่าทำแล้วเขาก็ได้ประโยชน์ (เหมือน USA ที่ถ้าทำแล้วจะเบิกได้เยอะขึ้น)
  4. ควรมีหน่วยงานที่ดูเรื่องนี้โดยตรง และต้องเป็นหน่วยที่เข้าใจหลักการ (USA คือ ONC กับ CMS)
  5. จะทำอะไรควรมีหลักฐานจากงานวิจัยสนับสนุน (คือควรส่งเสริมงานวิจัยด้านนี้ในประเทศไทย)
  6. เงื่อนไขของการผ่านเกณฑ์ควรเป็นไปได้จริงและยืดหยุ่น (คือจริงๆก่อนหน้านี้เขาตั้งเกณฑ์มาเกณฑ์นึง แต่ไม่มีใครรับได้ เลยปรับมาใช้เกณฑ์ที่ผมกล่าวข้างต้น)
  7. เงื่อนไขในการสนับสนุนควรมีวิวัฒนาการตามเวลา ไม่ใช่ใช้เกณฑ์เดิมอยู่ตลอด (เช่น มีขั้น 2 ขั้น 3 เมื่อถึงปีนั้นปีนี้)
  8. ควรยอมรับความแตกต่างของเทคโนโลยี แปลว่า รพ.ไหนอยากใช้ระบบแบบไหนก็ปล่อยเขาทำไปเถอะ แล้วมากำหนดมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลเอา อย่าไปสร้างระบบเดียวให้ทั้งประเทศใช้เหมือนกันเลย
  9. การแลกเปลี่ยนข้อมูลก็ควรใช้มาตรฐานที่มันมีอยู่แล้ว ไม่ต้องไปสร้างใหม่ (ยกเว้นรับไม่ได้จริงๆ ขัดกับประเทศไทยมาก)
  10. การเลือกใช้มาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลไหน มาตรฐานต่างๆมันต้องเข้ากันได้ในทุกระดับ

ก็หมดแล้วครับสำหรับเอกสารชุดนี้

ความเห็นของผม

  • ผมเคยได้ยินมาตลอดว่า Health Informatics มันมาบูมเอาสมัยโอบาม่า เพิ่งเข้าใจสาเหตุ
  • ความพยายามจะเปลี่ยนยกชุดแบบนี้ต้องมาไทยแน่ๆครับ อยู่ที่ว่าเมื่อไหร่ เราคงไม่กระดาษแบบนี้ต่อไปอีก 20 ปี (แต่ก็ไม่แน่นะ อิอิ)

จบครับ

ปล.พี่เติ้ลเองก็เข้าฟัง session นี้เหมือนกันครับ

Advertisements

3 thoughts on “อเมริกาเข้มแข็ง : HITECH Act”

  1. โครงการแบบนี้ใช้หาเสียงได้ แต่ดึงเงินออกมาไม่ง่ายเหมือนพวกก่อสร้าง รัฐบาลคงไม่สนใจหรอก

    1. ฮ่าๆ นั่นสินะครับ

      ปล.ผมกด edit หลายครั้ง มันไป trackback ที่บล็อกพี่หลายครั้งหรือเปล่าอ่าครับ ถ้ามันขึ้นหลายรอบก็ขอโทษด้วยนะครับ T.T

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s