[Note] วางแผนทางการเงิน (อีกครั้ง)

จากครั้งที่แล้ว ที่วางแผนทางการเงินชั่วคราวไว้ มีเรื่องให้ทบทวนแผนเล็กน้อย เป้าหมายคือเอาตัวรอดให้ได้ (ใช้หนี้หมด) เมื่อจบการเป็น intern ที่เดือนเม.ย. นั่นคือเหลือเวลาอีก 9 เดือน (รวมส.ค.ด้วย)

รายรับ

  • 70,000 บาทต่อเดือนค่อนข้างแน่นอน จะมีที่แม่อายที่(อาจจะ)มากกว่านั้น และที่นครพิงค์ที่น้อยกว่านั้นแน่นอน ยิ่งไม่ได้อยู่เวร ER อาจจะถึง 30,000 ได้ (หายไป 40,000) เพราะงั้นประมาณได้ว่า รายรับรวมอีก 9 เดือนที่เหลือนี้จะประมาณ 630,000 บาท
  • เงินสดในมือผมตอนนี้มี 180,000 บาท อยู่ใน LTF อีก 40,000 อยู่กับกิมเอ็งอีก 20,000 บาท
  • รวมแล้วเงินสดในมือน่าจะอยู่ที่ 810,000 บาท

รายจ่าย

  • ผมเข้าใจผิดไป จริงๆผมเป็นหนี้แม่ทั้งสิ้น 300,000 บาท !! (ตอนแรกนึกว่า 150,000 T.T)
  • ค่าลาออก 260,000 บาท
  • ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน ประมาณเดือนละ 10,000 บาท เผื่อเกินงบเป็น 100,000 บาท
  • ค่าภาษีหลังลดหย่อน น่าจะอยู่ที่ 30,000 บาท
  • ค่าเปิดร้านไอติม”อย่างน้อย” 50,000 บาท
  • รวมแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 730,000 บาท

คงเหลือ

  • 80,000 บาทเท่านั้น !!! นี่มัน WTF มากๆ

ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ยังไม่ได้นำมาพิจารณา

  • ค่าใช้จ่ายในช่วงรับปริญญาและประชุม TMI ที่จะเข้าร่วม อย่างน้อยๆค่าเดินทางไปกลับขอนแก่นสองครั้งก็ปาเข้าไปร่วม 10,000 บาท นี่ยังไม่รวมกรณีเผื่อเข้ากทม.ไปยื่นเอกสารให้ทางรามาฯในช่วงปลายปี ค่าเลี้ยงน้อง ค่าช่างภาพ ผมไม่ปน่ใจว่า 30,000 บาทจะเอาอยู่หรือเปล่า
  • ค่าทำเวบเกี่ยวกับสถานที่ใช้ทุน อันนี้ไม่น่าจะเกิน 2,000 บาท
  • รายได้จากการลงทุนเลิกหวังไปแระ (แต่ยังคิดจะซื้ออยู่)
  • ยิ่งไม่รู้ว่าร้านไอติมกิจการจะเป็นยังไงบ้าง จะขาดทุน เท่าทุน หรือกำไร แต่ก็ยังรู้สึกว่าอยากทำมากกว่าไม่อยากทำ
  • ยังเหลือ LTF ที่ต้องซื้ออีก 20,000 บาท เพื่อจะหักภาษีให้ครบโควต้า 15%
  • ยังมีที่ทำให้ใจชื้นขึ้นเล็กน้อยคือมีรายได้จากการทำเวบให้รพ.เวียงป่าเป้าราว 10,000 บาท
  • เหลือเงินไปเที่ยวสิงคโปร์ช่วงพ.ค.เท่าไหร่เนี่ย ซื้อตั๋วเครื่องบินไว้แล้วซะด้วย T.T

สรุปแล้ว สุขภาพทางการเงินหลังจบ intern คงย่ำแย่เอาการ อาจไม่ถึงขั้นต้อง CPR แต่ก็ต้องการ aggressive treatment แล้ว สิ่งที่ต้องทำในช่วงที่ยังพอทำได้

  • งดรายจ่ายอะไรที่ไม่จำเป็นให้หมด ลดการกินของกินเล่น กาแฟไปกินเอาฝ่ายบริหาร ไม่เข้าเชียงใหม่ถ้าไม่มีธุระสำคัญ โดยเฉพาะช่วงอยู่นครพิงค์ยิ่งต้องระวังการใช้จ่าย
  • เลิกนิสัยไม่แคร์เงิน 1,000-2,000 บาท นี่เป็นนิสัยเสียของผมเลยหลังจากเป็นหมอมา พันสองพันเองเดี๋ยวก็หาได้แระ เวลามันรวมกันหลายๆเดือนมันก็เป็นหมื่นได้เหมือนกัน
  • ต้องบันทึกรายรับรายจ่ายให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะไปเที่ยวทั้งหลายเนี่ยไม่ค่อยลงไว้

อย่างไรก็ดี ผมก็ยังภูมิใจว่าสถานะการเงินของผมทุกวันนี้ ตั้งอยู่บนหลักการสองข้อ

  1. “หลังจากผมทำงานหาเงินเองได้แล้ว ผมจะไม่ขอเงินพ่อแม่แม้แต่บาทเดียว จะมีแต่ส่งให้เท่านั้น ไม่ว่าขอมาทำอะไรก็ตาม” ขอมาดาวน์รถ ขอมาจ่ายค่าลาออก ค่าหอพัก ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ (ความจริงแล้วต้องนับว่าตั้งแต่ยังไม่ทำงานด้วยซ้ำ เพราะเงินที่ผมยืมแม่มา 300,000 นั้นผมใช้ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ แต่ก็ช่างมันเถอะครับ 55)
  2. “ผมจะไม่เสียเวลาทำงานที่ผมไม่ได้รัก พุ่งเป้าตรงไปงานที่อยากทำไปเลย” ที่มาใช้ทุนทุกวันนี้เพราะเป็น requirement เฉยๆ แต่ผมจะไม่ทำคลินิคสกินเพียงเพราะต้องการเงิน เพราะงั้นครบ 1 ปีตามเกณฑ์ลาออก ไปล่าฝันกันต่อ

ก็จะลองพยายามดู ว่าพ.ค.ปีหน้าจะเป็นยังไง :D

จบครับ

4 Responses to [Note] วางแผนทางการเงิน (อีกครั้ง)

  1. jimmy says:

    อ่านแล้วได้แรงบันดาลใจ

  2. TIPo says:

    ได้เงินเดือนค่อนข้างเยอะนะนั่น
    เค้าเป็นหนี้แม่ 700000 ตอนนี้เหลือ 650000 อ่ะ
    แต่ไม่มีกำหนดการใช้คืน
    สงสัยต้องเอาอย่างรัดมั่ง

    • Rath says:

      -เอ้ย ไม่ทำไรมาหนี้เยอะจัง 55
      -ตกลงจะลาออกอยู่ป่าวเนี่ย

  3. Pingback: คำนวณภาษีครั้งแรก, LTF และการบริจาค | Tongkatsu "Think+Life" Blog

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.